วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

น่าทำวิจัย Some Idea for Teaching the Home State Geography Course

จาก Journal of GeographynVol96 (September-October 1997) : 264-269

น่าทำวิจัย

1. ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมของชุมชนจ.สุรินทร์ตามเส้นทางอพยพของการตั้งถิ่นฐานจนมาเป็นเมืองสุรินทร์

2. ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมเมืองหน้าด่านคูปะทายหรือประทายสมันต์ของขอม (บ.เมืองลีง อ.จอมพระ
บ.ประปืด อ.เขวาสินนรินทร์
บ.แสลงพัน ต.แกใหญ่ อ.เมือง
บ.สลักใด ต.แกใหญ่ อ.เมือง

3. ศึกษาภูมินามของชุมชนตามเส้นทาง

4. ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมเส้นทางการตั้งถิ่นฐานของชาวกูย (บ.เมืองที ต.เมืองที อ.เมือง
บ.กุดหวายหรือเมืองเตาหรือเมืองรัตนบุรี อ.รัตนบุรี
บ.เมืองลีง อ.จอมพระ
บ.อัจปะนึงหรือโคกอัจจะ อ.สังขะ
บ.กุดปะไทหรือบ.จารพัตหรือบ.จาระเปื๊อด (ดำเนิร เลขะกุล, หน้า 40) อ.ศีขรภูมิ
บ.อัจจะปะนึงหรือบ.โคกอัจจะหรือเมืองสังฆะหรือบ.ดงยาง อ.ศีขรภูมิ

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ


     กรณีที่อาจารย์ขอยื่นเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการที่คณะ/หน่วยงานโดยที่เอกสารต่างๆ ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้เป็นวันยื่นขอกำหนดตำแหน่ง   กรณีนี้เมื่อผลการพิจารณาผ่านจะให้แต่งตั้งวันใด
  • วันที่คณะรับเรื่องครั้งแรก  หรือ
  • วันที่รับแบบ ก.พ.อ. 03  ที่ถูกต้อง  หรือ
  • วันที่เอกสารครบถ้วน
          ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติยืนยันว่า  วันแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการต้องเป็นวันที่ผู้เสนอขอมีคุณสมบัติและมีเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในประกาศ ก.พ.อ.

           สำหรับมหาวิทยาลัยนเรศวรขณะนี้  ประเด็นดังกล่าว มีคำตอบชัดเจนแจ่มแจ๋วขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว  เพราะท่านอธิการบดี  (ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์  จินายนต์)  ได้เสนอให้สภามหาวิทยาลัยรับทราบ (ในคราวประชุม ครั้งที่ 145(6/2552) 20 มิ.ย. 52) ถึงแนวปฏิบัติ ในกรณีผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่งได้มีการแก้ไขผลงานทางวิชาการ  ตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการ และผลประเมินผ่านตามหลักเกณฑ์แล้ว  โดยสมมุติเป็นกรณีศึกษา ดังนี้
  • ผู้เสนอขอฯ  ยื่นเรื่องวันที่ 1 ตุลาคม 2551 
  • ต่อมาทราบผลสรุปจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ให้ปรับปรุงแก้ไข ในวันที่ 1 มีนาคม 2552
  • ผู้เสนอขอฯ ปรับปรุงแก้ไขจนแล้วเสร็จ โดยส่งคืนฝ่ายบุคคลในวันที่ 1 เม.ย. 2552 
  • เมื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ประเมินผลงานทางวิชาการผ่านตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนดแล้ว  วันที่กำหนดแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ คือ วันที่ 1 พ.ย. 2552  ถือเอาระยะเวลาที่ปรับปรุงแก้ไข  โดยนับจากวันที่ยื่นเรื่องครั้งแรกรวมกับระยะเวลาที่ใช้ปรับปรุงแก้ไข เป็นวันกำหนดแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ 
  • เหตุผลก็คือ  ไม่ควรนำระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการอื่นๆ เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาฯ  เพราะถ้าดำเนินการล่าช้า  ก็ยิ่งทำให้ผู้เสนอขอฯ เสียประโยชน์  ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมกับผู้เสนอขอฯ จึงควรคิดแต่เฉพาะระยะเวลาที่ปรับปรุงแก้ไขจริงๆ เท่านั้น

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น่าทำวิจัย Daugherty Richard.(1981)

หนังสือชื่อ Science in Geography Data Collection. London. Oxford University Press

หน้า 50-51 Settlement

หัวข้อที่น่าทำ

1. อายุของหมู่บ้าน age in a village

2. การสร้างชุมชนชานเมือง a suburb constitute

3. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดินในเมือง เช่น ต.นอกเมือง หมู่บ้านรอบม.รภ.สร.

the changing patterns of urban landuse

การกำหนดปัญหา

1. Geographers are concerned with the distribution of physical and human features on a stated scale

2. ถูปลุกเร้าจากแหล่งข้อมูลหลากหลาย

3. ทึ่งในทฤษฎี

4. อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเกี่ยวกับ the pattern of one feature in a particular area

5. คำถามแรกคือ What is it that determines the pattern of สิ่งที่เราสนใจ เช่น house types in this neighbourhood

สมมติฐาน (หน้า 6)

1. จากการทดสอบบริเวณที่ผิดไปจากปกติ

2. จากการอ่านเรื่องหรือการสังเกต

3. คาดหวังว่าการทดสอบสมมติฐานให้ปรโยชน์ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้ชัดเจนขึ้นแต่ยังเป็นเครื่องชี้ผลในทางที่ดี

น่าทำวิจัย Some Idea for Teaching the Home State Geography Course

จาก Journal of GeographynVol96 (September-October 1997) : 264-269

น่าทำวิจัย

1. ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมของชุมชนจ.สุรินทร์ตามเส้นทางอพยพของการตั้งถิ่นฐานจนมาเป็นเมืองสุรินทร์

2. ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมเมืองหน้าด่านคูปะทายหรือประทายสมันต์ของขอม (บ.เมืองลีง อ.จอมพระ
บ.ประปืด อ.เขวาสินนรินทร์
บ.แสลงพัน ต.แกใหญ่ อ.เมือง
บ.สลักใด ต.แกใหญ่ อ.เมือง

3. ศึกษาภูมินามของชุมชนตามเส้นทาง

4. ศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมเส้นทางการตั้งถิ่นฐานของชาวกูย (บ.เมืองที ต.เมืองที อ.เมือง
บ.กุดหวายหรือเมืองเตาหรือเมืองรัตนบุรี อ.รัตนบุรี
บ.เมืองลีง อ.จอมพระ
บ.อัจปะนึงหรือโคกอัจจะ อ.สังขะ
บ.กุดปะไทหรือบ.จารพัตหรือบ.จาระเปื๊อด (ดำเนิร เลขะกุล, หน้า 40) อ.ศีขรภูมิ
บ.อัจจะปะนึงหรือบ.โคกอัจจะหรือเมืองสังฆะหรือบ.ดงยาง อ.ศีขรภูมิ

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

การใช้ที่ดินภายในบริเวณคูเมืองชั้นนอกและคูเมืองชั้นในของชุมชนโบราณเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ กรณีศึกษาเปรียบเทียบ (บุญสม สังข์สาย, 2545)





1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ที่ตั้งของเทศบาลเมืองสุรินทร์ในปัจจุบันนั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นเมืองโบราณมีชื่อเรียกว่าบ้านคูปะทายหรือประทายสมันต์หรือประทายสมัน คำว่าปทายมาจากคำว่าบันทายแปลว่ากำแพงหรือเมืองหรือป้อม จากภาพถ่ายทางอากาศปรากฏหลักฐานแสดงให้เห็นการตั้งเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีคูคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น พื้นที่ของเมืองวัดตามแนวรอบคูเมืองชั้นนอกประมาณมากกว่า 3.2 ตร.กม.หรือมากกว่า 2,000 ไร่ จัดเป็นชุมชนโบราณที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 10 อันดับแรกของชุมชนโบราณที่สำรวจพบในประทศไทย
สภาพในปัจจุบันพบว่าคูเมืองชั้นในมีลักษณะเป็นคูเมืองอยู่ด้านนอกคู่กับกำแพงดินที่อยู่ถัดเข้ามา เป็นเส้นโค้งและมีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ ปลายแหลมตอนล่างของหัวใจอยู่ตรงบริเวณสระน้ำวัดจุมพลสุทธาวาส จากตำแหน่งนี้ไปทางทิศตะวันออกของคูเมืองชั้นในเป็น คูเมือง ถนน และศูนย์รวมสถานที่ราชการ จนถึงสวนสาธารณะหนองยาว ระยะทางประมาณ 1 กม. จากนั้นคูเมืองหักไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นคูเมืองชั้นในทิศเหนือ ปรากฏเป็นถนน ตลาดสดเทศบาลเมือง อาคารพาณิชย์ และสถานที่ราชการ ระยะทางประมาณ 1 กม. ส่วนคูเมืองชั้นในทิศตะวันตก ปรากฏเป็นคูเมืองคู่กับกำแพงเมืองที่เป็นดินเห็นได้ชัดเจนกว่าทุกด้าน และมีสถานที่ราชการหลายแห่ง ระยะทางประมาณ 1.7 กม.
ส่วนคูเมืองชั้นนอกมีลักษณะเป็นกำแพงดินอยู่ตรงกลางขนาบด้วยคูเมือง 2 ด้าน แตกต่างจากคูเมืองชั้นใน และมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า แนวคูเมืองด้านยาววางตัวขนานกันในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางใกล้เคียงกัน นั่นคือแนวคูเมืองทิศเหนือเป็นชุมชนมีรายได้น้อย ถนน อาคารพาณิชย์ และสถานที่ราชการ ระยะทางประมาณ 2.5 กม. และทิศใต้เป็นชุมชนมีรายได้น้อย ถนน และที่อยู่อาศัย ระยะทางประมาณ 2 กม. สำหรับด้านกว้างแนวคูเมืองวางตัวขนานกันในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางใกล้เคียงกัน นั่นคือแนวคูเมืองทิศตะวันออกมีความชัดเจนน้อยกว่าทุกด้าน เป็นชุมชนมีรายได้น้อย ระยะทางประมาณ 1.3 กม. และทิศตะวันตกเป็นชุมชนมีรายได้น้อย และที่อยู่อาศัย ระยะทางประมาณ 1.2 กม.
ปัจจุบันเทศบาลเมืองสุรินทร์ได้บูรณะสภาพของคูเมืองและกำแพงเมือง โดยจัดให้เป็นสถานที่นันทนาการ ติดป้ายให้ทราบถึงความสำคัญ แต่นับวันการขยายตัวเมืองมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สภาพที่เป็นมาแต่อดีตเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้วิจัยเห็นว่าควรที่จะได้ศึกษาติดตามการใช้ที่ดินในชุมชนโบราณแห่งนี้

2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
2.1 ต้องการเปรียบเทียบหน้าที่และลักษณะโครงสร้างในปัจจุบัน ระหว่างพื้นที่ภายในคูเมืองชั้นนอกกับพื้นที่ภายในคูเมืองชั้นในที่เป็นที่ตั้งของเมืองสุรินทร์
2.2 ต้องการศึกษาผลกระทบและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภายในคูเมืองทั้งหมด

3. การรวบรวมข้อมูล
การแปลความและตีความจากภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารมาตราส่วน 1 : 10,000 ผังเมืองรวมของกรมการผังเมือง ผังเทศบาลเมืองสุรินทร์ ข้อมูลภาคสนาม โปรแกรม ArcView GIS Version 3.1 เพื่อจัดทำแผนที่แสดงหน้าที่และลักษณะโครงสร้าง และการวัดพื้นที่ด้วยจุด เพื่อคำนวณพื้นที่การใช้ที่ดินแต่ละประเภท ทางอากาศของกรมแผนที่ทหารนๆที่ได้ดำเนินการไปมากแล้วทนาการ ติดป้ายให้ทราบถึงความสำ

4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
4.1 หน้าที่และลักษณะโครงสร้างในปัจจุบันของพื้นที่ภายในคูเมืองชั้นในเป็นพื้นที่การค้าและบริการมากที่สุดประมาณร้อยละ 33.37 รองลงมาเป็นที่อยู่อาศัยประมาณร้อยละ 25.78 สถานที่ราชการด้านสาธารณสุข สาธารณูปโภค และสาธารณูปการประมาณร้อยละ14.10 รวมพื้นที่ทั้ง 3 ประเภทประมาณร้อยละ 73.25 ของพื้นที่ภายในคูเมืองชั้นใน
4.2 หน้าที่และลักษณะโครงสร้างของพื้นที่ภายในคูเมืองชั้นนอกเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยมากที่สุดประมาณร้อยละ 31.23 รองลงมาเป็นพื้นที่โล่งหรือที่ว่างที่ยังไม่ได้พัฒนาประมาณร้อยละ 27.87 และพื้นที่การค้าและบริการประมาณร้อยละ 20..09 รวมพื้นที่ทั้ง 3 ประเภทประมาณร้อยละ 79.19 ของพื้นที่ภายในคูเมืองชั้นนอก (ดูรูปที่ 4.5)
4.3 ผลกระทบจาการใช้พื้นที่ พบว่า
4.3.1 ความแออัดของที่อยู่อาศัยทำให้ชุมชนขยายตัวเข้าไปบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและพื้นที่สาธารณะ
4.2.2 การจราจรแออัดในชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะถนนหลักเมืองบริเวณตลาดน้อย ถนนกรุงศรีในบริเวณตลาดลดเทศบาลเมือง และวงเวียนน้ำพุถึงสี่แยกไนท์
4.3.3 มลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ
4.3.4 การกำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลและขยะอันตราย
4.3.5 มลภาวะทางเสียง
4.3.6 โครงสร้างพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น ทางเดินเท้า ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าสาธารณะ และน้ำประปาไม่เพียงพอ
4.3.7 ขาดพื้นที่สีเขียว
4.4 แนวทางการพัฒนาพื้นที่ภายในคูเมือง
4.4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.4.2 อนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
4.4.3 การใช้ผังเมือง
4.4.4 การให้ความสำคัญกับการลดมลพิษ
4.4.5 การอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไม้ยืนต้นในเขตป่าทางตอนใต้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ วิเคราะห์การกระจายและโครงสร้างด้วยลักษณะภายนอก



ช่วงเวลาในการวิจัยระหว่างพ.ศ. 2538-2541 ขณะนั้นใช้ชื่อว่าสถาบันราชภัฎสุรินทร์

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
สถาบันราชภัฏสุรินทร์ในขณะนั้นหรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ในปัจจุบัน มีผืนป่าที่คงสภาพป่ามากที่สุดตั้งอยู่ทางทิศใต้เพียงแห่งเดียว ประกอบด้วยไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เถา ไม้ล้มลุกซึ่งแบ่งย่อยเป็นวัชพืช หญ้า ตะไคร่น้ำ และพืชที่เกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้ กระจายอยู่บนพื้นที่ประมาณ 10,510.50 ตร.ม.หรือประมาณ 6.6 ไร่ หรือร้อยละ 1.32 ของพื้นที่ทั้งหมดของสถาบัน (ดูรูปที่ 1)




รูปที่ 1 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงพื้นที่ป่าทางทิศใต้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปรับปรุง
จาก PointAsia, 2009


ลักษณะแผ่นดินเป็นที่ราบ มีโคกกระจายอยู่ 5 แห่ง ความสูงจากระดับทะเล ปานกลางประมาณ 149 ม. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน ประกอบด้วยปริมาณฝนรวมประจำปีประมาณ 1,320.7 มม. จำนวนวันที่มีฝนตกประมาณ 117 วัน อุณหภูมิเฉลี่ย 27 0ซ กิจกรรมที่เกิดขึ้นส่วนมากเป็นการเข้าไปเอาประโยชน์ โดยการเก็บเห็ดและพืชผัก ก่อนปีพ.ศ.2535 เคยเป็นห้องปฏิบัติการของภาควิชาศาสนาและปรัชญา ค่ายพักแรม และต้อนรับน้องใหม่ นายนิเชต สุนทรพิทักษ์ อดีตอธิบดีกรมการฝึกหัดครูให้แนวคิดว่าป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในสถาบัน เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ทางสถาบันน่าที่จะได้มีการศึกษาเชิงวิชาการไว้บ้าง ผู้วิจัยเห็นว่าน่าที่จะได้นำวิชาการสาขาภูมิศาสตร์เข้าไปมีส่วนร่วมในการศึกษาด้วย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการทำฐานข้อมูลทางวิชาการผืนป่าสำหรับใช้ประโยชน์ในสถาบัน

2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการกระจายของไม้ยืนต้น และศึกษาลักษณะโครงสร้างภายนอกของไม้ยืนต้น ได้แก่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ขนาดและ ชั้นความสูง ความกว้างเรือนยอด และการแบ่งประเภทของไม้ยืนต้นซึ่งเป็นผลมาจาก สภาพภูมิอากาศในรอบหนึ่งปี ที่มีผลต่อวงจรชีวิตของไม้ยืนต้น

3. การรวบรวมข้อมูล
การสำรวจด้วยเข็มทิศแบบเส้นวงรอบรูปเปิดและเทปวัดระยะ เพื่อทำแผนที่แสดงตำแหน่งของไม้ยืนต้นมาตราส่วน 1: 100 เทปวัดระยะเส้นรอบวงลำต้นของไม้ยืนต้นตาม กำหนดของกรมป่าไม้ที่ระดับ 1.30 ม. จากพื้นดิน วัดความสูงของไม้ยืนต้นเปรียบเทียบกับจำนวนเท่ากับขนาดความสูงของคนที่ยืนใต้ต้นไม้ และเทปวัดระยะความกว้างเรือนยอด

4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
รูปแบบการกระจายของไม้ยืนต้นเป็นแบบกลุ่ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของไม้ยืน-
ต้นเฉลี่ย 18.94 ซม. ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.06 เป็นลูกไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย
กว่า 20.00 ซม. ไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 157.82 ซม.
ความสูงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.72 อยู่ในระดับเตี้ยและเตี้ยมาก หรืออยู่ในระดับชั้นความสูงที่ 4–5 จากการจำแนกลำดับชั้นความสูงทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีความสูงประมาณ 2–10 ม. สำหรับความกว้างเรือนยอดส่วนใหญ่หรือร้อยละ 32.78 มีขนาดประมาณ 4-6 ม. ไม้ยืนต้นที่มีขนาดความกว้างเรือนยอดมากที่สุดประมาณ 27.30 ม. เป็นต้นเดียวกับไม้ยืนต้นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ที่สุด ด้านวงจรชีวิตของไม้ยืนต้นเป็นประเภทผลัดใบ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 54.81 เป็นวงศ์ไม้ยาง สภาพป่าที่มีวงศ์ไม้ยางเป็นไม้เด่นในสังคมป่า จึงเป็นป่าเต็งรังหรือป่าโคกหรือป่าแดง ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะแผ่นดินที่ป่าตั้งอยู่ ซึ่งมีโคกกระจายอยู่ 5 แห่ง ยังมีไม้ยืนต้นขึ้นปะปน ได้แก่ พอก มะกอก มะค่าแต้ ประดู่ งิ้ว นนทรี และอื่นๆ

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552